ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สีวังแลนด์
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สีวังแลนด์ จัดตั้งโดย นายทรงยศ สีวัง ตั้งอยู่ บ้านเลขที่ 46 หมู่ที่ 13 ตำบลโคกก่ง อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ มีพื้นที่ทำการเกษตรและที่อยู่อาศัย ทั้งหมด 4 ไร่
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สีวังแลนด์ จัดตั้งโดย นายทรงยศ สีวัง ตั้งอยู่ บ้านเลขที่ 46 หมู่ที่ 13 ตำบลโคกก่ง อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ มีพื้นที่ทำการเกษตรและที่อยู่อาศัย ทั้งหมด 4 ไร่
เมื่อประมาณ 150-200 ปี มาเเล้ว นายพรานเกิ้น นายพรานสีโท ได้ก่อตั้งบ้านปลาค้าวขึ้น ได้กำหนดพื้นที่ให้เป็นสถานที่ตั้งหอเจ้าปู่ อังกฮาดราชวงศ์ สำหรับการบูชาของพี่น้องในชุมชนทุกปี ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 จะมีการบวงสรวง เช่นไหว้ เลี้ยงสุรา ยาสูบ หัวหมู เป็ด ไก่ พี่น้องในชุมชนพากันไปกราบไหว้ขอพรจากปู่ตา โดยมีความเชื่อว่าในชุมชนนี้จะทำอะไรต้องบอกกล่าวปู่ตาให้ทราบซึ่งมีผู้เเทนสื่อสารกับท่านคือ พ่อใหญ่จ้ำ ผู้ที่ได้รับการสืบทอดเชื้อสายมา รุ่นต่อรุ่นถ้าพ่อใหญ่จ้ำเสียชีวิต ชุมชน จะเลือกพ่อใหญ่จ้ำคนใหญ่จ้ำคนใหม่แทนตามเชื้อสายตามความอาวุโสตามลำดับ
วัดภูจำปาแห่งนี้ เคยมีพระธุดงค์สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เดินทางมาปักกรดพักอาศัย เพื่อปฏิบัติธรรมเป็นการชั่วคราวเพราะเป็นสถานที่เงียบสงบเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม ซึ่งในเวลาต่อมามีพระสงฆ์นิยมมาจำพรรษาอยู่เป็นประจำ ชาวบ้านพุทธศาสนิกชนในพื้นที่เกิดความเลื่อมใส ศรัทธา จึงได้ร่วมใจกันสร้างวัด ก่อสร้างพระพุทธรูปไว้สักการะบูชา และได้สร้างพระไม้พระครั่ง สะสมไว้ในถ้ำเป็นจำนวนมาก และนอกจากนี้ยังมีตำนานเล่าขานกันว่าได้มีคู่รักหนุ่มสาวมาบนบานอธิษฐานรัก ด้วยการปลูกต้นจำปาหรือต้นลีลาวดีในปัจจุบัน บนลานหิน หากจะได้ครองรักกันก็ขอให้ต้นจำปาเจริญงอกงามออกดอกบานสะพรั่ง ให้ได้ชื่นชม จนเป็นที่มาของภูจำปา
วัดเทพมงคล ตำบลบุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดอำนาจเจริญ สร้างเมื่อปี พ.ศ.2500 เนื่องในโอกาสฉลองกึ่งพุทธกาล เดิมชื่อวัดเทพนิมิตธรรมารามและเป็นวัดที่สมบูรณ์เมื่อปี พ.ศ. 2519 พร้อมได้รับ การเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น วัดเทพมงคล มีเนื้อที่ภายในวัด 35 ไร่ 3 งาน 25.5 ตารางวา และมีที่ธรณีสงฆ์เป็นสุสานอีก 7 ไร่ 2 งาน 33 ตารางวา สภาพของชุมชน วัดตั้งอยู่ในชุมชนเมืองล้อม ชาวบ้านภายในชุมชนมีอาชีพค้าขายและรับจ้าง ทั่วไป ประชาชนส่วนใหญ่ ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ มีวัฒนธรรมประเพณีเป็น ของตนเอง เช่น ประเพณีฮีต 12 เดือน
วัดขนาดเล็กในตัวเมืองอำนาจเจริญ มีหลายวัด ที่พุทธศาสนิกชน เข้าไปทำบุญ ทำทาน เป็นประจำ โดยเฉพาะ วัดแสนสวาสดิ์ทัศนาราม ตั้งอยู่ชุมชนแสนสวาสดิ์ ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ เป็นวัดสังกัดธรรมยุติ ปัจจุบันพระครูสมุมงคล อาชโล อายุ 56 ปี บวช 36 พรรษา เป็นเจ้าอาวาสวัดแสนสวาสดิ์ทัศนาราม มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ 7 รูป ไม่มีสามเณรและ แม่ชี มัคนายก 1 คน บนเนื้อที่ 11 ไร่ มีทั้ง ศาลาการเปรียญ อุโบสถ กุฎิ
สมัยโบราณ 150 - 200 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้านปลาค้าว จะใช้น้ำดื่ม น้ำใช้จากบ่อน้ำโบราณหลายแห่ง ขณะนี้มีเหลืออยู่ในโรงเรียนปลาค้าวหนองเที่ยงและข้างปู่ตาอังกฮาดราชวงศ์ แต่บ่อน้ำโบราณในวัดฉิมพลี มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นศุนย์รวมชาวบ้าน ืพอถึงหน้าแล้ง น้ำในบ่อจะไหลซึมออกมาไม่ทันกับการใช้สอยของชาวบ้าน ชาวบ้านจึงได้มารอเข้าเเถวตักน้ำ จากบ่อน้ำทั้งกลางวันและกลางคืน เกิดการเเย่งชิงกันตังน้ำ โต้เถียงกันคนนี้มาก่อนคนนี้มาหลัง ได้เกิดปาฎิหารน้ำในบ่อแห้งขอด ไม่ไหลซึมออกมาอีก ชาวบ้านพากันเดือดร้อน ทั้งพระสงฆ์สามเณรในวัดก็เดือดร้อน จึงช่วยกันหาทางแก้ไขโดยการขุดบ่อขึ้นมาอีกหลายเเห่ง แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ จึงปรึกษาว่าต้องทำพิธีขอน้ำจากกุดปลาขาว แหล่งน้ำใต้หมู่บ้าน หาบแห่ขึ้นมา เทลงในบ่อแต่ผลปรากฏว่าไม่มีเหมือนเดิม ชาวบ้านจึงเสนอให้หมอดูทำนาย จึงรู้สาเหตุที่น้ำไม่มี เพราะเจ้าที่เจ้าของน้ำท่านไม่ให้มี เพราพี่น้องทะเลาะกัน ไมาสามัคคีกัน ชาวบ้านทั้งหลายจึงพากันยินยอมรับปากว่าจะไม่ทะเลาะกันอีกจะไม่เเย่งชิงน้ำกันอีก จะสามัคคีกัน น้ำในบ่อจึงมีตราบเท่าทุกวันนี้ จึงเรียกบ่อน้ำนี้ว่า "บ่อน้ำศักดิ์ศิทธิ์"
แหล่งโบราณสถานเสมาพันปี ตั้งอยู่ที่ ตำบลเปือย อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ นับว่า เป็นสิ่งยืนยันว่า พุทธศาสนา ในอดีตเคยรุ่งเรืองอย่างไรและเป็นสิ่งล้ำค่าที่บรรพบุรุษในอดีตทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์ เพื่อที่อนุชนรุ่นหลังจะได้ใช้เป็นแนวทางศึกษา ด้วยความภาคภูมิใจ
เสื่อกกบ้านโคกเจริญ หมู่ที่10 ตำบลอำนาจ อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ
ชุมชนบ้านโคกเจริญ หมู่ที่ 10 ตำบลอำนาจ อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ เป็นหมู่บ้านเกษตรกรรมชอบทำการเกษตร ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา มีทุ่งนาล้อมรอบหมู่บ้าน หน้าฝนเขียวขจีไปด้วยต้นข้าว หน้าแล้งร้อน ทุ่งนาว่างเปล่ามีแต่ตอซังข้าว ประชาชนส่วนใหญ่อยู่ที่บ้านทำงานหัตถกรรมในครัวเรือน แม่บ้านบ้านโคกเจริญ หมู่ที่ 10 ตำบลอำนาจ อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ ได้รวมกลุ่มกันก่อตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อดำเนินกิจกรรมในด้านการหารายได้เสริมหลังจากฤดูทำนา และยามว่าง รวมกลุ่มกันทำกิจกรรมหลากหลายอย่างอาทิ กลุ่มนาแปลงใหญ่ การเย็บผ้า การสานตะกร้าพลาสติ๊ก และการทอเสือกก
“บุญคูนลาน” เป็นจารีตประเพณีปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษของประชาชนชาวอีสาน โดยปฏิบัติกันมาตามแนวฮีตสิบสอง คลองสิบสี่ เป็นการทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ข้าว ซึ่งเป็นอาหารหลักของคนไทยและเป็นการทำบุญเพื่อความกตัญญูแก่พระแม่โพสพ ที่ได้ประทานความอุดมสมบูรณ์ในการทำนากับชาวนาทั้งปวง
ประวัติความเป็นมาบ้านหนองยาง
บ้านหนองยางเป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกสุดของตำบลดงบัง เป็นเขตการปกครองหมู่ที่ 6 มีจำนวนครัวเรือน 100 ครัวเรือน ประชากรทั้งสิ้น 372 คน พื้นที่ทั่วไปประมาณ 1,660 ไร่ การตั้งถิ่นฐานของหมู่บ้านมีประวัติความเป็นมาจากคำบอกเล่าสืบต่อกันมา
นายวาท ภิญโญ หรือพ่อน้อยพิณงาม
บ้านดอนชี ตำบลดงบัง อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ
ชื่อ นายวาท นามสกุล ภิญโญ ( พ่อน้อย ) เกิดวันที่ 2 เดือนกันยายน พ.ศ. 2501 ปัจจุบันอายุ 61 ปี 1 เดือน การศึกษา กำลังศึกษาในระดับประถมศึกษา ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ ตำแหน่งปัจจุบัน ปราชญ์ชาวบ้านด้านศิลปวัฒนธรรมดลตรีพื้นบ้านอีสาน พิณพื้นบ้าน สถานที่ทำงาน ศูนย์เรียนรู้พิณ บ้านพิณงาม
เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก นั่นหมายถึง ช่วงเวลาแห่งการประกาศศึกจ้าวฝีพายแห่งลุ่มน้ำต่างๆ ทั่วประเทศไทยได้เริ่มขึ้นแล้ว การแข่งขันเรือยาวประเพณี คือกีฬาพื้นบ้านที่สามารถฝ่ากระแสโลกาภิวัตน์ ยืนหยัดได้อย่างสง่างามมาจนถึงปัจจุบัน สีสันและบรรยากาศของการแข่งขัน เป็นแม่เหล็กชั้นดีที่ดึงดูดช่างภาพและผู้ชมนับร้อยนับพันมาร่วมชมและเชียร์กันอย่างเนืองแน่นทุกเพศ ทุกวัย จนมีคำกล่าวว่าเป็นกีฬาที่ เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี พระเถร เณร ชี ดูแล้วไม่อาบัติ เพราะว่าการแข่งเรือเป็นประเพณีที่ผูกพันกับพระพุทธศาสนา และเรือเป็นสมบัติของวัดและชุมชน
การส่งเสริมอาชีพให้กับชุมชนบ้านกุดสิ่ม หมู่ที่ 8 ตำบลโคกกลาง อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ
กศน.ตำบลโคกกลาง ได้ให้การส่งเสริมอาชีพ ส่งเสริมการจัดจำหน่าย การประชาสัมพันธ์ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าทุกช่องทาง เช่น เฟสบุ๊ค ไลน์ เพจ เป็นต้น เพื่อให้ชุมชนมีอาชีพ มีรายได้ สามารถนำความรู้ไปพัฒนาต่อยอดอาชีพได้ การทำพรมเช็ดเท้า มีการจัดทำพรมเช็ดเท้ารูปแบบใหม่ ๆ ได้รูปแบบจากชุมชนอื่น ที่ประสบความสำเร็จมาก่อนมาประยุกต์ให้เข้ากับชุมชนตนเอง
ถ้ำสิรินาคา วัดอำนาจ อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ อยู่ด้านทิศตะวันตกของวัดอำนาจ ทำเป็นถ้ำ เรียกว่า ถ้ำสิรินาคา จากการนิมิตของเจ้าอาวาสวัดว่า ได้ลงไปเมืองบาดาล และพบกับ ท้าวพุชงนาคา ถึง 2 ครั้ง และท้าวพุชงนาคา ต้องการขึ้นมาบนโลกมนุษย์ เพื่อให้มนุษย์มีโชคลาภ จึงได้ปั้นเป็นรูปพญานาคภายในถ้ำ ชื่อ พุชงพญานาค และทำเป็นทางเดินรอบถ้ำไปจรดที่บริเวณบนถ้ำ ซึ่งทำเป็นลานกว้าง มองทัศนียภาพโดยรอบวัดได้ อย่างสวยงาม จึงได้ก่อสร้างถ้ำสิรินาคาขึ้น เรียกว่า ถ้ำสิรินาคา
ประวัติเมืองอำนาจเจริญ และประวัติวัดอำนาจ
จากการศึกษาดูจากประวัติการตั้งเมืองอำนาจเจริญ เมืองอำนาจเจริญ ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2393 ตั้งอยู่ฝั่งลำเซบก อยู่ทางทิศพายัพของเมือง อุบลราชธานี โดยเปลี่ยนจากชื่อเดิม บ้านคอใหญ่คอนชัย(หรือบ้านหมอเพราะเป็นหมู่บ้านที่มีฝีมือในการปั้นหม้อดินโบราณ เพราะดูจากหลักฐานที่ขุดพบหมอและไหจำนวนมากบริเวณใต้ฐานและรอบๆ อุโบสถ) จนมาเป็นเมืองอำนาจเจริญ
ประวัติพระเจ้าใหญ่ลือชัย
พระเจ้าใหญ่ลือชัยไม่ปรากฏชัดเจนว่าใครเป็นเป็นผู้สร้างและสร้างขึ้นสมัยใดแต่มีเรื่องเล่าจากผู้เฒ่าแก่ของหมู่บ้านได้เล่าให้ฟังว่ามี 3 พี่น้องจากประเทศลาวได้พากันทำการก่อสร้างคนหนึ่งสร้างพระเหล คนหนึ่งสร้างพระลือ คนหนึ่งสร้างพระโรจน์แต่ก็ไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน
นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า จังหวัดอำนาจเจริญกำหนดจัดงานประเพณีแห่ยักษ์คุอัตลักษณ์จังหวัดอำนาจเจริญ ประจำปี 2565 ระหว่างวันที่ 1- 3 เมษายน 2565 ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอชานุมาน (หลังเก่า) อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นงานประเพณีแห่ยักษ์ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประเพณีวัฒนธรรมของจังหวัดอำนาจเจริญให้มีความโดดเด่นน่าสนใจมากยิ่งขึ้นและเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดอำนาจเจริญ อีกทั้งเป็นการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ทำให้ประชาชนมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น
บ้านเหล่าน้อย หมู่ที่ 3 ตำบลโคกกลาง อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ การส่งเสริมอาชีพให้กับชุมชนบ้านเหล่ามันแกวหมู่ที่ ๓ตำบลโคกกลาง อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ
กศน.ตำบลโคกกลาง ได้ให้การส่งเสริมอาชีพ ส่งเสริมการจัดจำหน่าย การประชาสัมพันธ์ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าทุกช่องทาง เช่น เฟสบุ๊ค ไลน์ เพจ เป็นต้น
ไขประตูเล้า เว้าภูไท ไปเสอ” นับเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวในแหล่งวัฒนธรรมประเภทการท่องเที่ยวงานชมวัฒนธรรมและประเพณีชนเผ่าภูไท ซึ่งจังหวัดอำนาจเจริญมีชนเผ่าภูไท ใน 3 อำเภอ คือ อำเภอชานุมาน อำเภอปทุมราชวงศา และอำเภอเสนางคนิคม จำนวน 32 หมู่บ้าน เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของชนเผ่าภูไทให้คงอยู่ตลอดไป พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริม การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และให้ประชาชนเกิดความรักความสามัคคี หวงแหนวัฒนธรรมประเพณี
ตั้งอยู่ บ้านเลขที่ 35 หมู่ที่ 14 บ้านโนนสำราญ ตำบลชานุมาน อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ
โทร 083-3821482
ความเป็นมา
เดิมทีมีพื้นที่ทั้งหมด 13 ไร่ เป็นที่ 10 ไร่ พื้นที่ว่างเปล่า 3 ไร่ ในการทำนาก็ประสบปัญน้ำท่วมในปีที่ฝนตกซุกและล้างในปีที่ฝนมีน้อย จนกระทั้งปี พ.ศ.2555 ได้มีโครงการอาสาเกษตรหมู่บ้าน นายสะอาดวันโทได้เข้าเข้าร่วมโครงการและเป็นอาสาเกษตรของหมู่บ้าน และได้เริ่มการจัดการน้ำเป็นขั้นแรกในการแก้ปัญหาในพื้นที่ของตน โดยการขุดกักเก็บน้ำ ในระหว่างนั้นก็เข้าร่วมอบรมหาความรู้/เรียนรู้ เรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สีวังแลนด์ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สีวังแลนด์ จัดตั้งโดย นายทรงยศ สีวัง ตั้งอยู่ บ้านเลข...